เมื่อชาวอัสสัมชัญธนบุรี
เฉลิมฉลองนาม “อัสสัมชัญ”

แม่พระผู้สอนให้เราแสวงหาปรีชาญาณ และดำเนินชีวิตด้วยความหวัง
(ภราดา สยาม แก้วประสิทธิ์)


       เมื่อเดือนสิงหาคมเวียนมาถึง บรรยากาศของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีจะมีความหมายเป็นพิเศษ นักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครองร่วมกันเตรียมพิธีบูชาขอบพระคุณ การสวดภาวนา การถวายดอกไม้ ขบวนแห่พระรูป และกิจกรรมเทิดเกียรติแม่พระอัสสัมชัญ สำหรับนักเรียนหลายคน ภาพเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในรั้วแดง-ขาวมาตั้งแต่วัยเยาว์

       การจัดกิจกรรมดังกล่าวมิใช่เรื่องที่โรงเรียนทำขึ้นเพียงเพื่อรักษาธรรมเนียม โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีกำหนดให้กิจกรรมเทิดเกียรติแม่พระอัสสัมชัญเป็นส่วนหนึ่งของงานอภิบาลและการส่งเสริมอัตลักษณ์ เพื่อให้นักเรียนรู้จักประวัติและเข้าใจแบบอย่างชีวิตของพระนาง โรงเรียนยังนำจิตตารมณ์ของนักบุญหลุยส์ มารี เดอ มงฟอร์ตมาบูรณาการกับการเรียน การพัฒนาคุณธรรม และกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง (act.ac.th)

       เมื่อเราฉลองแม่พระอัสสัมชัญ เราจึงไม่ได้กำลังจัดงานทางศาสนาที่แยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่กำลังย้อนกลับมาพิจารณาว่า นาม “อัสสัมชัญ” ซึ่งโรงเรียนรับไว้เป็นชื่อของสถาบันนั้นมีความหมายอย่างไร และกำลังเรียกร้องให้ชาว ACT ดำเนินชีวิตเช่นใด

นามที่โรงเรียนได้รับมา
       โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2504 เป็นสถาบันการศึกษาลำดับที่ 8 ของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยในเวลานั้น จุดมุ่งหมายตั้งแต่เริ่มแรกมิได้มีเพียงการสอนให้นักเรียนอ่านออก เขียนได้ และคิดเลขเป็น แต่ยังต้องการให้เยาวชนมีหลักยึดทางศาสนาและคุณธรรมในการดำเนินชีวิตตามแนวทางของนักบุญหลุยส์ มารี เดอ มงฟอร์ต ที่ดินแห่งแรกสำหรับก่อตั้งโรงเรียนได้รับการบริจาคจากคุณไถง สุวรรณฑัต ก่อนที่ภราดาและคณะครูจะร่วมกันพัฒนาสถาบันแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน (act.ac.th)

       ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนเติบโตขึ้นทั้งด้านอาคารสถานที่ หลักสูตร เทคโนโลยี กีฬา ศิลปะ และกิจกรรมต่าง ๆ แต่สิ่งที่ควรได้รับการรักษาไว้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงคือความหมายของชื่อ “อัสสัมชัญ” เพราะชื่อนี้มิได้เป็นเพียงชื่อที่ช่วยให้ผู้คนจดจำโรงเรียน หากบอกถึงรากฐานของความเชื่อและทิศทางของการศึกษา

       คำว่า Assumption หมายถึงพระนางมารีย์ได้รับเกียรติจากพระเจ้าให้เข้าสู่พระสิริแห่งสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ เมื่อสิ้นสุดการดำเนินชีวิตบนแผ่นดิน สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ทรงประกาศข้อความเชื่อนี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1950 แม้คริสตชนได้เชื่อและเฉลิมฉลองธรรมล้ำลึกนี้มานานหลายศตวรรษก่อนหน้านั้นแล้ว (Vatican)

       พระศาสนจักรมิได้สอนว่าพระนางมารีย์ทรงช่วยพระองค์เองให้พ้นจากความตาย พระเยซูคริสตเจ้าทรงเป็นผู้มีชัยเหนือบาปและความตาย พระนางได้รับพระเกียรตินี้จากพระเจ้า และได้มีส่วนในชัยชนะของพระบุตรอย่างสมบูรณ์

       สภาสังคายนาวาติกันที่ 2 จึงกล่าวถึงพระนางมารีย์ว่าเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังและความบรรเทาใจสำหรับประชากรของพระเจ้าที่ยังเดินทางอยู่ในโลก ชีวิตของพระนางแสดงให้เห็นว่า ความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าและความดีที่ทำด้วยความรักย่อมไม่สูญเปล่า (Vatican)

       นี่คือความหมายที่นาม “อัสสัมชัญ” มอบให้แก่โรงเรียนของเรา โรงเรียนมิได้มีหน้าที่เพียงพานักเรียนไปสู่ความสำเร็จที่วัดได้จากผลการเรียน การสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือรางวัลการแข่งขันเท่านั้น การศึกษาอัสสัมชัญควรช่วยให้เยาวชนมองเห็นจุดหมายของชีวิต รู้ว่าความสามารถของตนมีไว้เพื่ออะไร และเข้าใจว่าความสำเร็จที่ขาดความซื่อสัตย์หรือเกิดจากการเอาเปรียบผู้อื่นนั้นไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง


ชีวิตธรรมดาที่เต็มไปด้วยความเชื่อ
       ก่อนพระนางมารีย์จะได้รับเกียรติในสวรรค์ พระนางเคยดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายในเมืองนาซาเร็ธ พระคัมภีร์ไม่ได้บอกเล่ารายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับชีวิตของพระนาง แต่เหตุการณ์สำคัญที่ได้รับการบันทึกไว้แสดงให้เห็นสตรีผู้รู้จักรับฟัง ไตร่ตรอง และรับผิดชอบต่อคำตอบของตน

       เมื่อทูตสวรรค์กาเบรียลมาแจ้งว่าพระนางจะเป็นพระมารดาของพระเยซูเจ้า พระนางมิได้ตอบโดยปราศจากการคิด พระนางถามถึงสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ แล้วจึงตอบว่า

       “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่าน” (ลก 1:38)

       พระนางไม่ได้มองเห็นอนาคตทั้งหมดในเวลานั้น ไม่ทราบว่าการตอบรับจะนำไปสู่ความยากลำบาก การเดินทางหนีภัย ความเข้าใจผิด และความเจ็บปวดที่เชิงกางเขน พระนางเพียงวางใจว่าพระเจ้าจะทรงสัตย์ซื่อต่อพระสัญญา แล้วค่อย ๆ เดินไปทีละก้าว พระศาสนจักรจึงเรียกชีวิตของพระนางว่าเป็นการจาริกแห่งความเชื่อ

       นักเรียนอัสสัมชัญธนบุรีสามารถเรียนรู้จากท่าทีนี้ได้ การมีความเชื่อมั่นในตนเองมิได้หมายความว่าเราต้องรู้คำตอบทุกอย่าง หรือไม่เคยรู้สึกกลัว บางครั้งความกล้าหาญคือการยอมรับว่าเรายังไม่เข้าใจ แล้วตั้งใจเรียนรู้ต่อไป ความผิดพลาดในการเรียน การแข่งขันที่พลาดเป้าหมาย หรือความผิดหวังจากความสัมพันธ์ไม่ควรกลายเป็นคำตัดสินว่าเราจะไม่มีวันดีขึ้นอีก

       แม่พระอัสสัมชัญเตือนนักเรียนทุกคนว่า ความล้มเหลวในวันนี้ไม่ใช่บทสรุปของชีวิต คนเรายังสามารถเรียนรู้ รับผิดชอบ และเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ คุณค่าของนักเรียนคนหนึ่งจึงมิได้ขึ้นอยู่กับคะแนน รางวัล ตำแหน่งในทีม หรือจำนวนคนที่ชื่นชมเขาเท่านั้น

       หลังจากรับสารจากทูตสวรรค์ พระนางมารีย์รีบเดินทางไปหานางเอลีซาเบธ พระนางไม่ได้มัวคิดถึงเกียรติที่ตนได้รับ แต่หันไปดูแลคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ ความเชื่อของพระนางจึงปรากฏเป็นการลงมือทำ

       สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถ การเรียนรู้จากแม่พระหมายถึงการไม่เก็บความสามารถไว้เพื่อตนเอง ผู้ที่เรียนได้ดีสามารถช่วยอธิบายบทเรียนแก่เพื่อน ผู้ที่เป็นนักกีฬาหรือผู้นำกิจกรรมควรช่วยให้สมาชิกในทีมเติบโตไปด้วยกัน คนที่ได้รับโอกาสมากกว่าก็ควรเรียนรู้ที่จะมองเห็นผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่า

       ที่งานสมรสในหมู่บ้านคานา พระนางสังเกตเห็นความลำบากของเจ้าภาพก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นความอับอาย พระนางนำเรื่องนั้นไปบอกพระเยซูเจ้า แล้วกล่าวกับคนรับใช้ว่า “จงทำตามที่พระองค์บอกเถิด” (ยน 2:5)

       พระนางมารีย์มิได้เรียกร้องให้ทุกคนมองมาที่พระองค์เอง แต่ชี้ไปยังพระเยซูเจ้าเสมอ แม้ได้รับเกียรติสูงสุด พระนางยังคงเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า สิ่งนี้ทำให้เราเข้าใจว่า คนที่มีความสามารถแท้ไม่จำเป็นต้องทำให้ตนเองโดดเด่นอยู่ตลอดเวลา และผู้นำที่ดีไม่ควรใช้ตำแหน่งเพื่อให้คนอื่นมารับใช้ตน

       เมื่อพระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงกางเขน พระนางมารีย์ยังคงยืนอยู่ ณ ที่นั้น แม้ไม่สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ได้ พระนางเลือกที่จะไม่ทอดทิ้งผู้ที่กำลังทุกข์ ภาพของพระนางที่เชิงกางเขนทำให้เราคิดถึงเพื่อนที่กำลังมีปัญหา นักเรียนที่ถูกกีดกัน หรือคนที่อาจกำลังเผชิญความทุกข์โดยไม่มีใครทราบ

       บางครั้งเราไม่สามารถแก้ปัญหาให้เพื่อนได้ทั้งหมด แต่เราสามารถเลือกไม่ซ้ำเติม ไม่ร่วมล้อเลียน และไม่ปล่อยให้เขาต้องเผชิญทุกอย่างเพียงลำพัง

มรดกที่ภราดานำมาสู่อัสสัมชัญธนบุรี
       ความศรัทธาต่อพระนางมารีย์เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของนักบุญหลุยส์ มารี เดอ มงฟอร์ต ผู้เป็นบิดาทางจิตวิญญาณของภราดาคณะเซนต์คาเบรียล ท่านสอนเรื่องการถวายตนแด่พระเยซูคริสตเจ้าโดยอาศัยพระนางมารีย์ และย้ำว่า พระเยซูคริสตเจ้าต้องเป็นจุดหมายสูงสุดของความศรัทธาทุกประการ

       ในหนังสือ ความศรัทธาภักดีแท้ต่อพระนางมารีย์ ท่านนักบุญอธิบายว่า พระนางมารีย์ไม่เคยเก็บคำสรรเสริญไว้สำหรับพระองค์เอง เมื่อเราระลึกถึงพระนาง พระนางจะนำความคิดของเราไปหาพระเจ้า นักบุญหลุยส์จึงเปรียบพระนางเสมือนเสียงสะท้อนของพระเจ้า เมื่อเราเรียกนามมารีย์ พระนางตอบกลับด้วยพระนามของพระเจ้า ความศรัทธาต่อแม่พระตามจิตตารมณ์มงฟอร์ตจึงมิได้ทำให้พระนางอยู่เหนือพระเยซูเจ้า ตรงกันข้าม พระนางช่วยให้มนุษย์รู้จัก รัก และติดตามพระคริสตเจ้ามากขึ้น สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ทรงสรุปจิตตารมณ์นี้ด้วยถ้อยคำ Ad Jesum per Mariam หรือ “เข้าหาพระเยซูเจ้าโดยอาศัยพระนางมารีย์” (Vatican)

       ภราดาคณะเซนต์คาเบรียลรับความศรัทธานี้ไว้เป็นมรดกทางจิตวิญญาณ แล้วนำมาสู่พันธกิจการศึกษา ภราดามิได้ต้องการส่งต่อเพียงคำสวดหรือความรู้เกี่ยวกับแม่พระ แต่ปรารถนาให้ท่าทีของพระนางเข้าไปอยู่ในบรรยากาศของโรงเรียน อยู่ในวิธีที่ครูสอน อยู่ในวิธีที่ผู้บริหารใช้อำนาจ และอยู่ในวิธีที่นักเรียนปฏิบัติต่อเพื่อน

       โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีจึงกำหนดการศึกษาในแนวมงฟอร์ตเป็นพันธกิจสำคัญ การแสวงหาความจริง การพัฒนามโนธรรม การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และการใช้ความรู้เพื่อสังคมถูกนำมารวมไว้ในหลักสูตร งานอภิบาล และกิจกรรมของนักเรียน โรงเรียนไม่ได้ต้องการเพียงผู้เรียนที่มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 แต่ต้องการเยาวชนที่รู้จักเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์และรับผิดชอบต่อส่วนรวมด้วย (act.ac.th)

       ภราดาไม่อาจทำพันธกิจนี้ตามลำพัง เพื่อนครูและบุคลากรทุกคนคือผู้ร่วมงานในการส่งต่อมรดกเดียวกัน แม้ครูและนักเรียนของเราจะมาจากศาสนาและพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่คุณธรรมของพระนางมารีย์เป็นคุณค่าที่ทุกคนเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้

       ครูที่รับฟังนักเรียนก่อนตัดสิน ครูที่ไม่ตีตราเด็กจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว และครูที่ทำหน้าที่ด้วยความยุติธรรม กำลังทำให้จิตตารมณ์ของโรงเรียนปรากฏขึ้นจริง ครูบางคนอาจไม่เคยทราบว่า คำแนะนำสั้น ๆ หรือความเมตตาในวันที่เด็กกำลังหมดหวังจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปอย่างไร ผลของการศึกษาไม่ปรากฏในทันทีเสมอไป แต่ความดีที่ครูกระทำด้วยความจริงใจไม่สูญหาย

       สิ่งที่โรงเรียนเรียกว่า “สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ACT ที่มีทั้งปัญญาและหัวใจ” จึงมิใช่เพียงถ้อยคำที่ไพเราะ แต่เป็นเป้าหมายของการอบรม นักเรียนควรได้รับทั้งความรู้ที่ช่วยให้สามารถดำรงชีวิตในโลกปัจจุบัน และหัวใจที่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (act.ac.th)


แม่พระแห่งปรีชาญาณกับพันธกิจการศึกษา
       ก่อนพระรูปแม่พระอัสสัมชัญจะได้รับการประดิษฐานอย่างแพร่หลายในสถาบันของคณะเซนต์คาเบรียล พระรูปที่สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับจิตตารมณ์ดั้งเดิมของคณะคือ “แม่พระแห่งปรีชาญาณ” หรือ Sedes Sapientiae ซึ่งหมายถึง “อาสน์แห่งปรีชาญาณ”

       พระรูปนี้มักแสดงพระนางมารีย์ประทับนั่ง โดยมีพระกุมารเยซูประทับอยู่บนพระเพลา พระนางมิได้เป็นต้นกำเนิดของปรีชาญาณ พระเยซูคริสตเจ้าต่างหากทรงเป็นองค์พระปรีชาญาณนิรันดร พระนางได้รับพระนามว่าอาสน์แห่งปรีชาญาณ เพราะทรงรับพระองค์ไว้ในพระครรภ์ ทรงอุ้มพระองค์ในอ้อมพระกร และทรงมอบพระองค์แก่โลก

       นักบุญหลุยส์ มารี เดอ มงฟอร์ตมีความศรัทธาเป็นพิเศษต่อพระเยซูคริสตเจ้าในฐานะองค์พระปรีชาญาณนิรันดรและทรงรับสภาพมนุษย์ ในหนังสือ ความรักต่อองค์ปรีชาญาณนิรันดร ท่านอธิบายว่า ปรีชาญาณแท้ไม่ใช่เพียงการมีข้อมูลมากหรือฉลาดกว่าคนอื่น แต่เป็นการรู้จักความจริง รักความจริง และจัดชีวิตของตนให้เป็นไปตามความจริงนั้น (montfort.org.uk)

       พระรูปแม่พระแห่งปรีชาญาณจึงเหมาะกับพันธกิจของภราดาผู้ทำงานด้านการศึกษาอย่างลึกซึ้ง เพราะเตือนว่า ความรู้ที่โรงเรียนมอบให้นักเรียนไม่ควรหยุดอยู่ที่การสอบผ่าน การศึกษาต่อ หรือการประกอบอาชีพ ความรู้ต้องค่อย ๆ เติบโตเป็นปรีชาญาณ ซึ่งช่วยให้คนหนึ่งรู้ว่าอะไรถูก อะไรควรเลือก และควรใช้ความสามารถของตนเพื่อใคร

       ภายหลัง เมื่อชื่อ “อัสสัมชัญ” กลายเป็นชื่อที่ผูกพันกับสถาบันการศึกษาของคณะในประเทศไทย พระรูปแม่พระอัสสัมชัญจึงได้รับการประดิษฐานมากขึ้น พระรูปแม่พระแห่งปรีชาญาณและพระรูปแม่พระอัสสัมชัญมิได้แข่งขันกัน ทั้งสองพระรูปช่วยให้เราเห็นชีวิตของพระนางมารีย์อย่างต่อเนื่อง

       แม่พระแห่งปรีชาญาณเตือนถึงพระนางผู้ทรงรับพระคริสตเจ้าไว้ในชีวิตและมอบพระองค์แก่โลก ส่วนแม่พระอัสสัมชัญทำให้เราเห็นปลายทางของชีวิตที่เปิดรับพระเจ้าและซื่อสัตย์ต่อพระองค์จนถึงที่สุด

       สำหรับนักเรียนอัสสัมชัญธนบุรี พระรูปแม่พระแห่งปรีชาญาณอาจถามว่า “เราเรียนไปเพื่ออะไร” ขณะที่พระรูปแม่พระอัสสัมชัญถามต่อไปว่า “ชีวิตที่เรากำลังสร้างจะนำเราไปสู่ที่ใด” คำถามทั้งสองเกี่ยวข้องกัน นักเรียนที่มีความรู้มากแต่ขาดความซื่อสัตย์อาจใช้ความรู้ทำร้ายผู้อื่นได้ คนที่ประสบความสำเร็จแต่ไม่เห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ก็ยังห่างไกลจากความหมายของการศึกษาอัสสัมชัญ


พระรูปที่อยู่ท่ามกลางชีวิตของโรงเรียน
       ผู้ที่เดินผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีย่อมคุ้นตากับพระรูปแม่พระที่ประดิษฐานอยู่ตามอาคาร สวน ทางเดิน หรือสถานที่ซึ่งครูและนักเรียนใช้ชีวิตร่วมกัน พระรูปเหล่านี้มิได้มีไว้เพื่อประดับสถานที่ให้สวยงามเท่านั้น และไม่ควรกลายเป็นเพียงฉากหลังของภาพถ่ายในวันสำคัญ

       พระรูปที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการอบรม เป็นเครื่องหมายที่บอกผู้พบเห็นว่า สถาบันแห่งนี้มีรากฐานและมีจุดหมายบางอย่างที่อยู่เหนือการแข่งขัน พระรูปใกล้อาคารเรียนเตือนว่า การพัฒนาสติปัญญาต้องไปพร้อมกับการพัฒนาชีวิตภายใน พระรูปที่อยู่ในสวนหรือบริเวณพักผ่อนเปิดโอกาสให้ผู้คนหยุดนิ่งและทบทวนตนเอง ส่วนพระรูปที่อยู่ตามทางเดินทำให้ความเชื่อเข้ามาอยู่ท่ามกลางกิจวัตรประจำวัน มิได้ถูกจำกัดไว้เฉพาะในวัดน้อยหรือเวลาประกอบพิธี

       อย่างไรก็ตาม พระรูปจะทำหน้าที่อบรมได้ต่อเมื่อคนในโรงเรียนเข้าใจว่าเหตุใดพระนางจึงอยู่ตรงนั้น นักเรียนควรได้รับการบอกเล่าถึงความหมายของพระรูป ครูใหม่ควรเข้าใจรากฐานของสัญลักษณ์เหล่านี้ และผู้ปกครองควรทราบว่าโรงเรียนต้องการปลูกฝังคุณธรรมอะไรผ่านบรรยากาศรอบตัวบุตรหลาน หากสืบทอดพระรูปไว้โดยไม่สืบทอดความหมาย มรดกฝ่ายจิตก็จะเหลือเพียงรูปลักษณ์ภายนอก

       สิ่งสำคัญกว่าคำอธิบายคือชีวิตของคนในโรงเรียน หากเราตั้งพระรูปแม่พระผู้ทรงรับฟัง แต่ไม่มีใครยอมฟังนักเรียนที่กำลังมีปัญหา พระรูปนั้นกำลังตั้งคำถามต่อเรา หากเราถวายดอกไม้แด่พระนางผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา แต่กลับใช้คำพูดทำให้ผู้ผิดพลาดหมดความหวัง พิธีที่งดงามก็ยังไม่เข้าถึงความหมายที่แท้จริง

       พระรูปแม่พระจึงไม่ใช่เพียงหลักฐานว่าที่นี่เป็นโรงเรียนคาทอลิก แต่เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนให้ชุมชนมองเห็นตนเองว่า คุณธรรมที่เรากล่าวถึงได้ปรากฏอยู่ในวิธีบริหาร วิธีสอน และวิธีที่เราปฏิบัติต่อกันจริงหรือไม่

การฉลองที่ต้องดำเนินต่อหลังพิธีจบลง
       กิจกรรมเทิดเกียรติแม่พระอัสสัมชัญของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีมีคุณค่า เพราะช่วยให้ชุมชนหยุดจากความเร่งรีบ แล้วกลับมาระลึกถึงรากฐานของตน ดอกไม้ บทเพลง ขบวนแห่ และพิธีบูชาขอบพระคุณช่วยให้ความเชื่อปรากฏเป็นสิ่งที่มองเห็นและสัมผัสได้ แต่การฉลองจะสมบูรณ์เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในพิธีดำเนินต่อไปในชีวิตประจำวัน

       นักเรียนอาจถวายดอกไม้แด่แม่พระ ดอกไม้ที่มีความหมายไม่น้อยกว่ากันคือความซื่อสัตย์ในการเรียน การกล้ายอมรับเมื่อทำผิด และการไม่เข้าร่วมรังแกเพื่อน ผู้ที่มีความสามารถควรรู้จักแบ่งปัน ผู้ที่เป็นผู้นำควรไม่ทิ้งสมาชิกที่ก้าวช้ากว่า และผู้ที่เคยได้รับความช่วยเหลือก็ควรเรียนรู้ที่จะช่วยคนอื่นต่อไป

       ครูอาจร่วมร้องเพลงสรรเสริญแม่พระ แต่คำพูดที่ช่วยให้เด็กคนหนึ่งมีกำลังใจลุกขึ้นใหม่ก็เป็นบทสรรเสริญที่มีคุณค่า ครูที่รักษาความยุติธรรม ไม่ใช้อารมณ์ทำร้ายนักเรียน และไม่ละเลยเด็กที่ไม่โดดเด่น กำลังทำให้แบบอย่างของแม่พระปรากฏอยู่ในโรงเรียน

       สำหรับผู้บริหาร การถวายเกียรติแด่แม่พระย่อมเกี่ยวข้องกับวิธีใช้อำนาจ การรับฟังผู้ร่วมงาน และการตัดสินใจโดยมองประโยชน์ของนักเรียนเป็นสำคัญ ส่วนผู้ปกครองสามารถเรียนรู้จากพระนางมารีย์ถึงความรักที่ดูแลบุตรโดยไม่ยึดเขาไว้เป็นสมบัติของตน และไม่วัดคุณค่าของลูกจากผลการเรียนเพียงอย่างเดียว

       สำหรับนักเรียน ครู หรือผู้ปกครองที่มิใช่คริสตชน การเข้าร่วมกิจกรรมนี้มิได้หมายความว่าจะต้องละทิ้งความเชื่อของตน โรงเรียนคาทอลิกมีหน้าที่อธิบายความหมายด้วยความเคารพ พระนางมารีย์เป็นแบบอย่างของผู้รู้จักฟัง รับผิดชอบต่อการตัดสินใจ ช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และไม่ทอดทิ้งผู้เป็นทุกข์ คุณธรรมเหล่านี้เป็นภาษาที่มนุษย์ทุกคนเข้าใจได้

       ทุกครั้งที่เราเอ่ยนาม “อัสสัมชัญธนบุรี” เราจึงไม่ควรนึกถึงเพียงตราสัญลักษณ์ สีแดง-ขาว อาคารเรียน สนามกีฬา หรือความสำเร็จที่โรงเรียนสั่งสมมา ชื่อนี้นำทั้งเกียรติและความรับผิดชอบมาสู่ชุมชน ACT

       โรงเรียนได้รับมรดกจากผู้ก่อตั้ง จากภราดารุ่นก่อน จากครู ศิษย์เก่า และผู้ปกครองหลายชั่วอายุคน แต่การสืบทอดมรดกมิได้เกิดจากการกล่าวถึงอดีตด้วยความภาคภูมิใจเท่านั้น มรดกจะยังมีชีวิตเมื่อคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังชื่ออัสสัมชัญปรากฏอยู่ในคนรุ่นปัจจุบัน

       การฉลองแม่พระอัสสัมชัญจึงไม่ควรสิ้นสุดเมื่อขบวนแห่กลับถึงจุดเดิม เมื่อดอกไม้ถูกนำไปจัดวางเรียบร้อย หรือเมื่อบทเพลงสุดท้ายจบลง การฉลองควรดำเนินต่อในห้องเรียน บนสนามกีฬา ในห้องทำงาน และในทุกความสัมพันธ์ของชุมชนโรงเรียน

       หากนักเรียนรู้จักใช้ความรู้ด้วยมโนธรรม หากครูยังเชื่อว่าเด็กทุกคนเติบโตได้ หากผู้บริหารใช้อำนาจเพื่อรับใช้ และหากคนในโรงเรียนไม่ทอดทิ้งผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ เมื่อนั้นพระรูปแม่พระที่ประดิษฐานอยู่ตามมุมต่าง ๆ จะมิได้ตั้งอยู่อย่างเงียบงัน เพราะคุณธรรมของพระนางกำลังปรากฏอยู่ในชีวิตของชาวอัสสัมชัญธนบุรี

       นี่คือความหมายของนาม “อัสสัมชัญ” สำหรับโรงเรียนของเรา เป็นนามแห่งความหวังที่เชื้อเชิญให้ทุกคนเติบโตขึ้น เป็นผู้มีความรู้ที่รู้จักคิด เป็นผู้มีปรีชาญาณที่รู้จักเลือก และเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจพร้อมรับใช้ผู้อื่น


บทภาวนาถึงแม่พระอัสสัมชัญ
       ข้าแต่พระนางมารีย์ แม่พระอัสสัมชัญ องค์อุปถัมภ์ของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

       พระแม่ทรงรับฟังพระวาจาของพระเจ้า ทรงไตร่ตรองสิ่งต่าง ๆ ไว้ในดวงพระทัย และทรงตอบรับพระประสงค์ของพระองค์ด้วยความเชื่อ โปรดสอนพวกเราให้รู้จักหยุดฟัง ก่อนตัดสินผู้อื่นด้วยความรีบร้อน ให้รู้จักแสวงหาความจริงด้วยใจสุภาพ และกล้ายอมรับเมื่อได้กระทำผิด

       โปรดดูแลนักเรียนอัสสัมชัญธนบุรีทุกคน ให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและใช้ความสามารถอย่างถูกต้อง เมื่อพบความผิดหวัง ขออย่าให้หมดกำลังใจ เมื่อประสบความสำเร็จ ขออย่าให้หลงลืมผู้ที่อยู่รอบข้าง

       โปรดสอนให้พวกเขารู้จักช่วยเหลือเพื่อน ไม่ร่วมรังแกหรือทำให้ผู้ใดต้องอับอาย และกล้ายืนอยู่ข้างผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ

       โปรดอวยพรภราดา ครู และบุคลากรของโรงเรียน ให้ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ความอดทน และความยุติธรรม ขอให้มองเห็นคุณค่าในตัวนักเรียนแต่ละคน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังอ่อนแอ ผิดพลาด หรือขาดโอกาส

       โปรดอวยพรผู้ปกครองและทุกครอบครัว ให้เป็นบ้านแห่งความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัย ช่วยให้บ้านและโรงเรียนร่วมมือกัน นำเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้มีทั้งปัญญาและหัวใจ

       ข้าแต่พระแม่แห่งปรีชาญาณ โปรดช่วยให้ความรู้ที่พวกเราได้รับ ไม่หยุดอยู่เพียงความฉลาดหรือความสำเร็จ แต่เติบโตเป็นปรีชาญาณที่นำไปสู่ความจริงและความดี

       ข้าแต่แม่พระอัสสัมชัญ พระแม่ผู้ได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ โปรดเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังแก่ชุมชนของเรา ช่วยให้ผู้ที่กำลังท้อแท้ลุกขึ้นได้อีกครั้ง และเตือนพวกเราว่า ความดีที่ทำด้วยความรักจะไม่สูญเปล่า

       โปรดคุ้มครองโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ให้เป็นชุมชนที่ทุกคนได้รับการเคารพ เป็นสถานที่ซึ่งความรู้เติบโตควบคู่กับคุณธรรม และเป็นบ้านที่ช่วยให้เยาวชนเรียนรู้การรับใช้เพื่อนมนุษย์

       ขอพระแม่โปรดนำพวกเราไปหาพระเยซูคริสตเจ้า องค์พระปรีชาญาณนิรันดร พระบุตรสุดที่รักของพระแม่ เพื่อให้พวกเราดำเนินชีวิตในความจริง เติบโตในความรัก และซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนถึงที่สุด

       ข้าแต่แม่พระอัสสัมชัญ โปรดภาวนาเพื่อพวกเรา และโปรดคุ้มครองครอบครัวอัสสัมชัญธนบุรีของเราเสมอเทอญ

อาแมน
Ad Jesum per Mariam
เข้าหาพระเยซูเจ้าโดยอาศัยพระนางมารีย์


ภาพแม่พระอัสสัมชัญ